Call Center 888-504-2671
ฟันปลอม in Thailand

สุดยอดคู่มือ ฟันปลอม in Thailand

ฟันปลอม (denture) คืออะไร

ฟันปลอม เป็นฟันและเหงือกที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนฟันในส่วนที่สูญเสียไป สามารถใส่เข้าหรือถอดออกได้ ฟันปลอมมีทั้งรูปแบบฟันปลอมทั้งปาก (complete denture) และฟันปลอมบางส่วน (partial denture)

ในผู้ที่มีการสูญเสียฟัน อาจมีวิธีอื่นในการรักษานอกเหนือจากการใส่ฟันปลอม เช่น การทำรากเทียม ซึ่งพบว่าให้ผลการรักษาที่ดีกว่า ผู้ป่วยมีความรู้สึกคล้ายกับฟันจริงมากกว่า แต่การทำรากเทียมก็มีราคาที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน

ประเภทของฟันปลอม

(1) ฟันปลอมทั้งปาก (complete denture) แบ่งเป็นชนิดฟันปลอมแบบดั้งเดิม (conventional denture) โดยฟันปลอมจะสวมได้เมื่อฟันถูกถอนออกทั้งหดและเหงือกเริ่มมีการรักษาตัวดีแล้ว ซึ่งโดยปกติการรักษาตัวของเหงือกจะอยู่ที่ 8-12 สัปดาห์ ทำให้ในระหว่างนี้ผู้ป่วยจะต้องใช้ชีวิตประจำวันแบบไม่มีฟันจนกว่าการฟื้นตัวของเหงือกจะสมบูรณ์

อีกชนิดหนึ่งคือฟันปลอมทั้งปากชนิดใส่ทันที (immediate denture) ข้อแตกต่างจากแบบแรกคือ ฟันปลอมชนิดนี้ไม่ต้องรอเวลาการฟื้นตัวของเหงือก ทันที่ที่มีการน้ำฟันออกทั้งหมดก็สามารถสวมฟันปลอมได้ทันที ข้อดีคือทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องอยู่ในสภาวะไร้ฟันในระหว่างรอการฟื้นตัวของเหงือก แต่อย่างไรก็ตามฟันปลอมชนิดใส่ทันทีก็มีข้อเสียว่าแบบดั้งเดิมคือ การรักษาด้วยวิธีนี้ทั้งกระดูกและเหงือกจะมีการร่นตลอดเวลาที่รักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกที่เหงือกกำลังฟื้นฟูสภาพ นอกจากนี้แล้วยังต้องมีการจัดฟันปลอมที่มากกว่าเพื่อให้สวมใส่ได้พอดีในช่วงที่เหงือกรักษาตัว การใช้ฟันปลอมชนิดนี้จึงนิยมใช้เป็นทางเลือกชั่วคราวในระหว่างรอการฟื้นตัวของเหงือกเพื่อสวมชนิดดั้งเดิม

(2) ฟันปลอมบางส่วน (partial denture) เป็นฟันปลอมชนิดถอดได้ที่ประกอบด้วยฟันทดแทนที่ติดอยู่กับฐานเหงือกพลาสติก หรืออาจมีการเชื่อมต่อกับโครงโลหะเพื่อใช้ยึดให้ฟันปลอมอยู่ในปาก ฟันปลอมจะเข้าไปแทนที่พื้นที่ระหว่างฟันธรรมชาติ 2 ซี่ โดยใช้ส่วนโครงยึดกับฟันธรรมชาติข้างเคียงที่หลงเหลืออยู่ไม่ให้เกิดการขยับ ฟันปลอมชนิดนี้สามารถใช้แทนสะพานฟันได้

การทำฟันปลอมเหมาะกับใคร

การทำฟันปลอมนั้น เป็นทางเลือกลำดับแรกๆของผู้ที่มีการสูญเสียฟันไปแล้ว โดยเหมาะกับผู้ป่วยต่อไปนี้

1. ผู้ป่วยที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหาร ให้สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

2. ผู้ป่วยที่ต้องการปรับปรุงด้านการออกเสียงจากการสูญเสียฟัน ให้ออกเสียงพูดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

3. ปกป้องฟันซี่ที่เหลืออยู่จากการหลุด เลื่อน

4. เพื่อเสริมความมั่นใจของผู้ป่วยในการเข้าสังคม การสนทนา และเพื่อผลในด้านความงาม

5. การทำฟันปลอมทั้งปากเหมาะสมในผู้ป่วยที่มีการสูญเสียฟันทั้งปาก หรือกรณีที่การทำรากเทียมอาจทำไม่ได้เนื่องด้วยสาเหตุในด้านค่าใช้จ่าย หรือผู้ป่วยอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถเข้ารับการทำรากเทียมได้ หรือเกิดความเสียหายต่ออวัยวะสำคัญ เช่น ไซนัสส่วนโหนกแก้ม

ในกรณีที่ผู้ป่วยมะเร็งในช่องปากที่มีการสูญเสียของเนื้อเยื่อฟันทั้งปาก การทำฟันปลอมทั้งปากจึงไม่ได้เป็นเพียงการเติมเต็มฟันเท่านั้น แต่เป็นการเติมเนื้อเยื่อส่วนที่หายไปด้วย เช่น เนื้อเยื้อโพรงหลังจมูก เนื้อเยื่อเพดานแข็ง

6. การทำฟันปลอมบางส่วนเหมาะสมในกรณีที่ผู้ป่วยมีช่องว่างระหว่างฟันมาก โดยยังมีฟันธรรมชาติหลงเหลืออยู่ ซึ่งการทำฟันปลอมบางส่วนนี้ถือเป็นวิธีที่ประหยัดกว่าการทำสะพานฟัน

ขั้นตอนการรักษา

ขั้นตอนการรักษาด้วยการใส่ฟันปลอมนั้น ขั้นตอนหลักจะอยู่ที่การสร้างฟันปลอมให้เหมาะสมกับผู้ป่วย โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

1. การวินิจฉัยฟันและการวางแผนการรักษา ทันตแพทย์จะทำการตรวจสภาพฟันและวางแผนในเลือกชนิดของฟันปลอมที่เหมาะสมกับผู้ป่วย

2. ทันตแพทย์จะทำการจำลองแม่แบบเหงือกของผู้ป่วย ถ้าหากต้องมีการถอนฟันก่อน ทันตแพทย์จะถอนออกในขั้นตอนนี้และรอให้เหงือกฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ก่อนผู้ป่วยสวมฟันปลอม

3. ทันตแพทย์จะใช้ wax rim ซึ่งมีลักษณะคล้ายฟันยาง เพื่อดูลักษณะการบดเคี้ยว การเคลื่อนไหวของฟัน

4. ขั้นตอนการเลือกลักษณะของฟันปลอม ผู้ป่วยสามารถเลือกขนาด รูปร่าง และเฉดสีของฟันปลอมได้ โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้ป่วยเลือกตามความเหมาะสม จากนั้นทันตแพทย์จะส่งแบบพิมพ์ตามที่ผู้ป่วยได้เลือกเพื่อเข้าห้องปฏิบัติการในการสร้างฟันปลอม

5. ขั้นตอนการทดลองใส่ฟันปลอม ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการทำฟันปลอม ห้องปฏิบัติการจะส่งตัวอย่างของฟันปลอมมาให้ทันตแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยดูลักษณะของฟันปลอมทั้งขนาด รูปร่าง และสี รวมถึงให้ผู้ป่วยทดลองใส่เพื่อดูว่าเข้ากัน ความรู้สึก และความสามารถในการบดเคี้ยว ในขั้นตอนนี้ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลง ทันตแพทย์อาจต้องนัดผู้ป่วยเพิ่มเพื่อทำการทดสอบฟันปลอมใหม่ที่ได้รับการแก้ไข

6. เมื่อผู้ป่วยและทันตแพทย์พึงพอใจกับฟันปลอมแล้ว ฟันปลอมตัวอย่างจะถูกส่งกลับเข้าห้องปฏิบัติการอีกครั้งเพื่อสร้างฟันปลอมจริง

7. หลังจากได้รับฟันปลอมจริงที่ผ่านการลงสี ทันตแพทย์จะให้ผู้ป่วยลองใส่และลองเคี้ยวอีกครั้ง หลังจากนี้ถ้าผู้ป่วยมีความรู้สึกผิดปกติกับฟันปลอมให้แจ้งกับทันตแพทย์เพื่อทำการปรับแก้ไขฟันปลอม

8. ทันตแพทย์จะทำการนัดตรวจติดตามหลังการรักษาช่วงสัปดาห์แรก และควรพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

ระยะเวลาการรักษา

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความยากง่ายและจำนวนซี่ของฟันที่ต้องทำฟันปลอม โดยในการทำฟันปลอมทั้งฟันนั้นใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ในการเตรียมฟันปลอม ในระหว่างนี้ทันตแพทย์อาจมีการนัดผู้ป่วยเพิ่มเติมเพื่อทำการทดลองใส่ ปรับแก้ไขฟันปลอม ในกรณีฟันปลอมชนิดดั้งเดิมจะต้องรอให้เหงือกฟื้นฟูสภาพสมบูรณ์ก่อนผู้ป่วยจึงจะสวมฟันปลอมได้ ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 8-12 สัปดาห์

ผลหลังการรักษา

การทำฟันปลอมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ชีวิตได้ทั้งในแง่ของการรับประทานอาหาร การเข้าสังคม และในด้านความงาม เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ป่วย ข้อดีหลังการรักษาด้วยฟันปลอม ประกอบด้วย

1. การรักษาด้วยฟันปลอมเป็นการเติมเต็มช่องว่างฟัน ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติก่อนที่จะสูญเสียฟัน

2. เพิ่มประสิทธิภาพในการพูด การรับประทานอาหาร และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วย

3. เป็นทางเลือกที่มีราคาถูกมากกว่าเมื่อเทียบกับการทำรากเทียม และเมื่อเทียบกับการทำสะพานฟันแล้วการรักษาด้วยฟันปลอมชนิดถอดได้ไม่สร้างความเสียหายให้กับฟันข้างเคียงที่ใช้เป็นหลักในการยึดฟันปลอม

4. เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด

ปัญหาที่อาจพบหลังเข้ารับการรักษา

1. การสวมใส่ฟันปลอมต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการทำให้ผู้ป่วยคุ้นชินทั้งการเคลื่อนไหว การพูด การออกเสียง การเคี้ยว และความรู้สึกในช่องปาก เนื่องจากฟันปลอมส่วนมากมีลักษณะที่ใหญ่กว่าฟันธรรมชาติ จึงอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายรู้สึกคับปาก ไม่สะดวกสบายเมื่อใส่ฟันปลอมชนิดถอด การเลือกรักษาด้วยฟันปลอมชนิดติดแน่นจึงอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่า

2. ต่อมรับรสบางส่วน เช่น ในส่วนของเพดานปาก ถูกปิดกั้นด้วยชิ้นส่วนของฟันปลอม ทำให้ผู้ป่วยรับรู้รสอาหารได้น้อยลง

3. ฟันปลอมชนิดถอดได้อาจมีการขยับในช่องปาก ทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบาย การใช้ครีมติดฟันปลอมอาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้

4. การติดเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เป็นสาเหตุของการอักเสบในช่องปากและกลิ่นปาก อาจเนื่องมาจากฟันปลอมที่ติดไม่สนิท และการทำความสะอาดที่ไม่ดี จึงเกิดการสะสมของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย การทำความสะอาดจึงเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งของการเลือกรักษาด้วยวิธีนี้

ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการสวมใส่ฟันปลอม

1. ควรถอดทำความสะอาดฟันปลอมทุกวัน เลือกใช้สารทำความสะอาดที่ไม่มีสารขัดฟัน ไม่ควรใช้ยาสีฟันในการทำความสะอาด เนื่องจากสารขัดฟันอาจทำให้เกิดผิวขรุขระหรือรอบซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ ควรใช้แปรงขนอ่อนในการขัดทำความสะอาด แช่ในน้ำยาทำความสะอาดทิ้งไว้ช่วงกลางคืน และทำความสะอาดก่อนนำมาสวมใส่ในตอนเช้า

2. ไม่ควรสวมใส่ฟันปลอมขณะหลับ เพื่อป้องกันอาการปวดจากการสวมใส่ฟันปลอมเป็นระยะเวลานาน และป้องกันการติดเชื้อ

3. แนะนำให้พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อติดตามผลหลังการใส่ฟันปลอม รวมถึงรายงานความผิดปกติที่ผู้ป่วยพบเพื่อให้ทันตแพทย์ให้คำแนะนำ หรือแก้ไขปัญหากับผู้ป่วย

4. ฟันปลอมมีอายุประมาณ 10 ปี หลังจากเสื่อมสภาพทั้งในแง่ความแข็งแรง หรือสีของวัสดุ อาจจำเป็นต้องการเปลี่ยนฟันปลอมใหม่

ราคา

ค่าใช้จ่ายในการทำฟันปลอมนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนซี่ที่ต้องการทำฟันปลอม โดยมีราคาเฉลี่ยดังนี้

ชนิดของฟันปลอม

ราคาเฉลี่ย (บาท)

ฟันปลอมทั้งปาก

20,000 – 25,000

ฟันปลอมถอดได้

500 บาทต่อซี่

จองอย่างไร

บทความนี้มีขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้คำปรึกษาทางด้านทันตกรรมหรือคำให้คำแนะนำสำหรับการวินิจฉัยหรือการรักษาทางทันตกรรม โปรดปรึกษากับทันตแพทย์หรือมืออาชีพทางทันตกรรมที่มีคุณวุฒิก่อนที่จะเริ่มหรือเปลี่ยนการรักษาทางทันตกรรม

ทำไมต้อง Dental Departures?

  • การออมทรัพย์ที่สุดยอด

    การออมทรัพย์ที่สุดยอด

    ประหยัดได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับการรักษาที่บ้าน
  • หาราคาที่ประหยัดที่สุด

    หาราคาที่ประหยัดที่สุด

    รับรองราคาดีที่สุด
  • ทางเลือกมากที่สุด

    ทางเลือกมากที่สุด

    ค้นหา 1500 ทันตแทพย์ ในประเทศไทย
  • เลือกซื้อในสกุลเงินของคุณ

    เลือกซื้อในสกุลเงินของคุณ

    ค้นหาค่ารักษาในสกุลเงินของคุณ
ติดต่อเรา